รีวิวซีรีย์ Wednesday 1-2 (2025)
รีวิวเชิงลึก Wednesday Season 1-2 (2025)
“การเติบโตของหญิงสาวในโลกมืด” กับบทวิถีชีวิตของ Wednesday Addams
บทนำ: เมื่อความมืดกลายเป็นสิ่งงดงาม
Wednesday Addams ไม่ใช่ตัวละครใหม่สำหรับแฟน ๆ ทั่วโลก แต่ Netflix และ Tim Burton ได้รังสรรค์ตัวละครนี้ให้เป็นหัวใจของจักรวาล Gothic สำหรับยุคใหม่ ผ่านซีรีส์ Wednesday ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นซีรีส์วัยรุ่นลึกลับ และค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปสู่ การเดินทางแห่งตัวตนของหญิงสาวที่ไม่เข้ากับโลก
Jenna Ortega กลายเป็นภาพจำของ Wednesday คนใหม่ และซีรีส์นี้ไม่ได้เพียงแค่ “แต่งเรื่อง” ให้ดูโกธิค แต่ยังพูดถึง จิตใจของคนที่แตกต่าง การถูกตัดสิน การแสวงหาความจริง และความเป็นครอบครัวในมุมมืดที่อ่อนโยน
Season 1: ปฐมบทของความแปลกแยกและการยืนหยัด
โครงเรื่อง
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ Wednesday Addams ถูกส่งตัวไปเรียนที่ Nevermore Academy — โรงเรียนสำหรับ “เด็กพิเศษ” เช่น มนุษย์หมาป่า แวมไพร์ ผู้มีพลังจิต ฯลฯ ที่ถูกสังคมภายนอกมองว่า “อันตราย”
ที่นั่น เธอค้นพบพลังจิตของตนเอง และเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมปริศนา และตำนานโบราณที่เชื่อมโยงกับตระกูล Addams และเมือง Jericho
ธีมเด่น
การไม่เข้ากับใครเลย: Wednesday ไม่ใช่ “นางเอก” สายคลาสสิก เธอเย็นชา พูดน้อย ดาร์ก และมองโลกด้วยสายตาแห่งความสงสัย
การตามหาความจริง: เธอเป็น passive detective ที่ใช้ไหวพริบและความเป็น outsider ของตนแก้ปริศนา
พลังพิเศษ & ความลึกลับ: ซีรีส์ผสมพลังเหนือธรรมชาติแบบ Harry Potter เข้ากับบรรยากาศ Tim Burton ได้อย่างลงตัว
ครอบครัว: แม้จะอยู่ห่างครอบครัว Wednesday ยังต้องเผชิญความคาดหวังจากแม่ Morticia และประวัติของ Gomez ซึ่งผูกโยงกับคดีฆาตกรรม
ความโดดเด่นของซีซั่นแรก
ตัวละครอย่าง Enid (เพื่อนร่วมห้อง) ได้รับความนิยมจากความตรงข้ามสุดขั้วกับ Wednesday
เนื้อเรื่องเล่นกับความคลุมเครือทางศีลธรรม เช่น ใครคือสัตว์ประหลาดจริง ๆ ระหว่างมนุษย์กับ outcast?
ตอนจบหักมุมและเปิดทางสู่ซีซั่นถัดไปด้วยความรู้สึก “ยังไม่จบ” พร้อมความสงสัยว่าใครจับตาดู Wednesday อยู่
Season 2 (2025): ความมืดที่ลึกขึ้นและโลกที่ซับซ้อนกว่าเดิม
การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
Season 2 เปิดฉากด้วย Wednesday ที่กลายเป็นคนดังโดยไม่เต็มใจ — จากเหตุการณ์ในซีซั่นก่อนที่เธอหยุดแผนการร้ายและถูกสังคมภายนอกมองว่า “ฮีโร่” ทั้งที่ตัวเธอไม่ต้องการ
ทันทีที่กลับมายัง Nevermore เธอพบกับความรู้สึกแปลกแยกอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะเธอ “แตกต่าง” แต่เพราะเธอ “เป็นที่รู้จักเกินไป” และการเป็นสัญลักษณ์ทำให้เธอถูกคาดหวัง ถูกโจมตี และมี Stalker ลึกลับติดตาม
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในซีซั่น 2
ตัวละครใหม่มากมาย:
Principal Dort (รับบทโดย Steve Buscemi) ครูใหญ่ลึกลับที่มีความลับในอดีต
Isadora Capri (Billie Piper) ครูสอนดนตรีผู้ดูเหมือนซ่อนบางอย่าง
Grandmama Addams (Joanna Lumley) กับอดีตศาสตร์มืดของเธอ
Dr. Fairburn (Thandiwe Newton) นักจิตวิทยาที่ปรากฏในความฝันและความจริง
โครงเรื่องซับซ้อน:
Wednesday เห็นภาพหลอนเกี่ยวกับ Enid ตาย ถูกตามจากจดหมาย Stalker ที่ดูรู้ความลับของเธอ และคดีฆาตกรรมรูปแบบ copycat ฆาตกร “Scalper of Kansas City” กลับมาเขย่าโรงเรียนสเกลขยาย:
Nevermore Academy เติบโตเป็นฉากที่มีตัวละครมากขึ้น มีฝ่ายวิญญาณ ฝ่ายพ่อมดลับ ฝ่ายฆาตกร นักข่าวที่แฝงตัว ฯลฯ ซึ่งทำให้โลกของเรื่องกว้างและลึกยิ่งขึ้น
การแสดง
Jenna Ortega ยังคงพา Wednesday ไปได้ไกลกว่าภาพจำที่เคยมี เธอควบคุมการแสดงแบบ deadpan ที่ลึกซึ้งทั้งอารมณ์ ความไม่ไว้ใจ ความอ่อนไหว และพลัง
Enid Sinclair (Emma Myers): จากเพื่อนร่วมห้องที่สดใส กลายเป็นศูนย์กลางของภัยอันตรายและลางสังหรณ์ในซีซั่น 2
ตัวละครรอง: ได้รับเวลาและบทที่มากขึ้น แต่บางคนอาจรู้สึกว่า “กระจายมากเกินไป” จนทำให้โฟกัสลดลง
วิเคราะห์ธีม & สัญลักษณ์
ความโดดเดี่ยว: Wednesday พยายามต่อต้านทุกความสัมพันธ์ที่พยายาม “เข้าใกล้” จนในที่สุดเธอก็เริ่มตั้งคำถามว่า “ความโดดเดี่ยวคืออิสระจริงไหม?”
ภาพหลอน & ไซโคโลจิคัล: ซีซั่น 2 เล่นกับแนว thriller มากขึ้น เช่น ตัวตนที่ซ้อนอยู่ในความทรงจำ, ความฝัน, และการสื่อสารแบบไม่รู้ตัว
การเติบโตของหญิงสาว: มีสัญลักษณ์ของการพัฒนาอัตลักษณ์ผ่านการตั้งคำถามกับมารดา มิตรภาพ และการต่อต้านความคาดหวังของสังคม
ความนิยมและคำวิจารณ์
คะแนน Rotten Tomatoes:
Season 1: 73%
Season 2 (Part 1): 84% (Critics)
ความเห็นจากสื่อ:
The Guardian: “Jenna Ortega มีเสน่ห์แรงพอจะขับเคลื่อนขบวนศพพันขบวน”
Variety: “ซีซั่น 2 ดาร์กขึ้น ลึกขึ้น แต่ก็ซับซ้อนจนบางครั้งเสียโฟกัส”
Polygon: “เสี่ยงกับความสำเร็จของตัวเอง ซีซั่น 2 พยายามขยายทุกมิติ จนบางช่วงล้นเกินไป”
สรุป
Wednesday Season 1 และ 2 ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์วัยรุ่นแนวลึกลับเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อน ชีวิตของคนที่ “ไม่พอดีกับใครเลย” และต้องต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นตัวเองไว้ แม้ในโลกที่คาดหวังให้เธอเปลี่ยนแปลง
Season 1: ปูพื้นฐานความเป็น outsider ที่กลายเป็นฮีโร่โดยไม่ต้องการ
Season 2: พาเราไปสู่ด้านมืดของชื่อเสียง ความฝัน ความกลัว และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ในยุคที่ทุกคนถูกเชิญให้ “เป็นเหมือนกัน” Wednesday กลับเป็นเสียงที่ถามว่า:
“ถ้าเราจะไม่เป็นแบบนั้นล่ะ? มันผิดไหม?”